
พระปิดตามหาลาภ จตุรพิธพรชัย หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ๒๕๑๘
พระปิดตารุ่นนี้จำนวนสร้างไม่ใช่น้อย ยังคงมีให้พบเห็นกันทั่วไป ราคายังไม่แรงแต่พุทธคุณสุดจะบรรยายจริงๆ วันนี้ได้พบผู้มีประสบการณ์ตรงเล่าให้ฟังแล้วถึงกับ...อึ้ง...ทึ่ง...และก็..งง (สงสัยว่าทำไม่เราไม่เอามาบูชาบ้างนะ...?) ประสบการณ์นี้เป็นของนักธุระกิจเกี่ยวกับการค้าขายข้าวสาร จะขอเรียกชื่อย่อๆของเธอว่า "เจ๊ ต." ก็ละกัน เพราะไม่ได้ไปขออนุญาตเธอมาก่อน เดี๋ยวจะมาต่อว่าหาว่านำความลับทางธุรกิจมาเปิดเผย..
ในระยะเริ่มแรก เจ๊ ต. ก็เปิดร้านค้าข้าวเล็กๆ มีเงินทุนหมุนเวียนไม่มากนัก เจ๊ ต.มีธุระจะต้องไปติดต่อขอซื้อข้าวจากโรงสีอยู่บ่อยๆ วันหนึ่งระหว่างที่นั่งรอการขนของขึ้นรถ เจ๊ ต.ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของโรงสีใหญ่แห่งหนึ่งในเขตอำเภอนครหลวง
เจ๊ ต.จึงถามว่า "ทำอย่างไร ถึงทำการค้าได้ร่ำรวยขนาดนี้"
เจ้าของโรงสีก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วตอบว่า "ถ้าอยากรวย ต้องบูชาพระหลวงปู่ดู่เยอะๆ"
เรื่องจริงคือ หลวงปู่ดู่ ท่านให้คนนำกระป๋องผ้าป่ามาตั้งไว้ที่โรงสี แล้วมอบพระปิดตามาไว้ให้แจกแก่คนที่ร่วมทำบุญไว้ ๑๐๐ องค์ แต่เจ้าของโรงสีกลับยุ่งงานเสียจนลืม พอถึงวัดทอดผ้าป่าก็เอาเงินตัวเองเสียบกองผ้าป่าไปเสียเอง แล้วเก็บพระทั้งหมดไว้ เจ๊ ต. ทราบดังนั้นก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ได้ให้ลูกหลานช่วยกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพระปิดตารุ่นนี้ ว่าเป็นพระของหลวงปู่ดู่จริงรึ เมื่อทราบแล้วก็ได้แสวงหารวบรวมไว้ได้หลายสิบองค์ ตัว เจ๊ ต. ได้นำพระปิดตารุ่นนี้มาเลี้ยมทองแขวนเดี่ยวบูชาติดตัวเป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องไปติดต่องานค้าขายจะไม่เคยขาดเลย แล้วก็เกิดประสบการณ์เกี่ยวกับการค้าขายได้ราบรื่น มีธุรกิจใหญ่โตขึ้นมาเป็นลำดับ ซึ่งพอจะเล่าเหตุการณ์ที่ประทับใจได้ดังนี้

เจ๊ ต. เล่าว่า ครั้งหนึ่งมีลูกค้าสั่งข้าวสารเป็นจำนวนมาก แต่ภาวะตลาดช่วงนั้นข้าวขาดแคลนและมีราคาสูง การซื้อข้าวสารหากไม่เคยเป็นขาประจำกันจริงๆก็ยากนักที่โรงสีจะขายให้ แต่ด้วยความจำเป็น เจ๊ ต.จึงต้องดิ้นรนไปยังโรงสีแห่งหนึ่งในอำเภอมหาราชเพื่อเจรจาขอซื้อข้าว เข้าไปครั้งแรกเจ้าของโรงสีก็แสดงทีท่าไม่อยากคุยด้วย ไม่อยากขายให้ เพราะไม่รู้จักกันมาก่อน จนเจ๊ ต.ไม่รู้จะทำไงดี นึกถึงหลวงปู่ดู่ จึงประนมมือขึ้น กำพระปิดตาไว้แล้วอธิษฐานขอพึ่งบารมีหลวงปู่ พอหันกลับไปเจรจาอีกครั้ง กลับได้รับการตอบรับด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
เจ๊ ต. จึงมั่นใจทันทีเลยว่า"...นี่แหละบารมีหลวงปู่ "
ธุรกิจข้าวสารของ เจ๊ ต.นอกจากขายหน้าร้านแล้ว ยังต้องจัดหาข้าวสารไปส่งให้ลูกค้าอีกเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้รถสิบล้อในการขนส่ง เดิมทีเจ๊ก็มีรถรุ่นเก่ากระบะไม้อยู่เพียงคันเดียว ครั้งหนึ่งเจ๊ได้นำข้าวสารไปส่งแต่รถขนข้าวของเจ๊กลับถูกกันด่านอยู่นานหลายชั่วโมง เจ๊ ต.กังวลว่าจะผิดนัดลูกค้า จึงจำต้องขอพึ่งบารมีหลวงปู่อีกครั้ง หลังจากตั้งจิตอธิษฐานแล้วเจ๊จึงเดินไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านว่า "กักรถไว้ทำไม" แล้วปาฏิหารย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายตำรวจที่คุมด่านอยู่ตอบกลับมาว่า "ไม่มีอะไรครับ เชิญไปได้" ทุกวันนี้เจ๊ ต. ยังเล่าด้วยความงงๆ อยู่เลย ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น ??!! เวลานี้ร้านของเจ๊ ต. ขยายใหญ่โตขึ้นมาก มีรถสิบล้อสามคันไว้คอยขนส่งสินค้าต่างๆ
น้องสาวคนหนึ่งของเจ๊ ต. ยึดอาชีพเป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ มาบ่นให้พี่สาวฟังว่ามีคนแทงถูกอยู่เสมอ เวลาแทงมากๆก็ส่งต่อแต่ไม่ออก พอไม่ส่งกลับออก ทำให้ต้องจ่ายมากกว่าเงินที่เก็บได้มา ขาดทุนไปหลายแสนบาท
เจ๊ ต. จึงถามว่า "แล้วพระปิดตาหลวงปู่ดู่ ที่ให้ไปทำไมไม่บูชา"
น้องบอกว่า "เอาไปเลี้ยมทองไว้ ยังไม่กล้าไปเอากลัวไม่มีเงินจ่ายรางวัลให้ลูกค้า"
เจ๊ ต. บอกให้ไปเอามาเดี๋ยวนี้เลย วันนี้หวยจะออกแล้วมิใช่หรือ
น้องก็เชื่อไปเอามาแขวนคอในวันนั้นเลย ปรากฎว่า วันนั้นหวยออกมาไม่มีใครถูกเลย งวดนั้นน้องสาวเจ๊ได้กำไรหลายแสนบาททีเดียว
หลังจากนั้นอีกไม่นานน้องสาวเจ๊ ต.ก็มีเรื่องมารบกวนเจ๊อีกครั้ง แต่คราวนี้รบกวนหลานๆด้วย โดยเฉพาะพวกผู้ชายให้ไปเป็นเพื่อนช่วยกันคุ้มครองความปลอดภัย เพราะต้องเดินทางไปรับเงินรางวัลหลายล้าน ที่มีคนแทงหวยจำนวนมากไม่กล้ารับไว้เองแต่ได้ส่งต่อไป จนถูกรางวัลเข้าก็ต้องไปรับเงินส่วนหนึ่งมาให้ลูกค้า และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นของตัวเอง คราวนี้ชาวบ้านรู้กันแพร่หลายเป็นที่โด่งดังมาก เพราะบารมีของหลวงปู่โดยแท้.....!
ที่เล่ามานี้เป็นเรื่องจริง ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบุตรเขยของเจ๊ ต. โดยท่านมีตำแหน่งหน้าที่การงานไม่น้อย แต่ขอให้ปกปิดชื่อจริงไว้ ลองใช้วิจารณญาณดูนะครับ เชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ไม่ว่ากันครับ

พระปิดตาสร้างจากเนื้อผงวิเศษ และ ผงพุทธคุณต่างๆมากมาย ด้านหน้าเป็นองค์พระประทับนั่งขัดสมาธิเพชร และ ที่ด้านหลังมีอักขระเลขยันต์ของลป.ดู่ วัดสะแก โดยมีมูลเหตุในการจัดสร้างเกิดขึ้นจากการที่นายเรียน นุ่มดี อดีตผู้บัญชาเรือนจำกลาง จ.อยุธยา มีจิตศรัทธาที่จะสร้างวิหารจตุรพิธพรชัย ไว้ที่วัดเขาใหญ่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จึงได้กราบขอความเมตตาและคำปรึกษาจากหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ซึ่งหลวงปู่ท่านรับเป็นธุระในการออกแบบพระให้ ตลอดจนปลุกเสกเดี่ยวเป็นเวลา ๑ เดือนเต็ม(ภายหลังพบพระปิดตารุ่นนี้ในกุฎิของหลวงปู่อีกจำนวนหนึ่ง หลังจากที่ท่านมรณะภาพแล้ว) หลังจากนั้นลป.ดู่ท่านได้นำพระชุดนี้เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อมกับเหรียญจตุรพิธพรชัย ๙ พระอาจารย์ที่วัดรัตนชัย จ.อยุธยา เมื่อปี ๒๕๑๘ อีกครั้งหนึ่ง โดยพระเกจิอาจารย์ที่เข้าร่วมในพิธีนี้นั้น ลป.ดู่ท่านได้แนะนำให้นิมนต์พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยมาเข้าร่วมพิธี อันได้แก่
๑ หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค
๒ หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ
๓ หลวงพ่อออด วัดบ้านช้าง
๔ หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์
๕ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู
๖ หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม
๗ หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง
๘ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
๙ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
ดังนั้นพระปิดตามหาลาภ จตุรพิธพรชัย รุ่นนี้ จึงดีทั้งเจตนาการสร้าง เนื้อหา และพิธีพุทธาภิเษก จากยอดพระเกจิ อาจารย์ชื่อดัง ที่จะหาพบเจอ หรือ จัดได้ยากยิ่ง ในปัจจุบัน
ปกติจะไม่ปิดทอง เป็นเนื้อผงขาวนวลธรรมดา บางองค์จะโรยแร่ก้อนเล็กๆประปราย
องค์นี้มีโรยก้อนแร่ แต่เจ้าของเห็นด่างๆดำๆ เลยปิดทองคลุมหมดทั้งหน้าหลังเลย
แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2012 เวลา 13:02 น.)






















ต้องขออนุโมทนากับท่านเจ้าของบทความเมื่ออ่านจบแล้วเกิดข้อข้องใจอยู่ส องประการคือ
1.) เรื่อง "หลวงปู่ฯ สั่งให้เอากระป๋องผ้าป่ามาตั้งไว้ที่โรงสี พร้อมมอบพระปิดตาไว้ให้ 100 องค์ " เท่าที่ทราบ ตลอดจนชีวิตหลวงปู่ฯท่าน ไม่เคยออกบุญเรี่ยไร่ หรือเอากระป๋องไปตั้งรอรับบริจาค
2.) อีกเรื่องคือ เจ้ามือหวย...อ่านแล้วแปลกๆ อยู่ ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเกี่ยวกับ การพนัน...